ระเบียบการ

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท ยาคูลท์ เซลส์ (กรุงเทพฯ) จำกัด

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเป็นการ ปฏิบัติตามหน้าที่ในการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาการเก็บ การใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบควบคุมข้อมูล ผู้ประมวลผลตลอดจนสิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนั้น เพื่อให้ได้เข้าใจถึงขั้นตอน แนวทาง รวมถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงได้กำหนด นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
  1. วัตถุประสงค์การจัดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    เพื่อบริหารจัดการในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดการ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัททำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของพนักงาน ตัวแทนจัดจำหน่าย สินค้า (SP) ตลอดจนบุคคลภายนอกที่ติดต่อกับบริษัท เพื่อการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
    1. เพื่อบริหารงานภายในบริษัท หรือกิจกรรมและบริการต่างๆของบริษัท
    2. เพื่อจัดทำสัญญาระหว่างบริษัทกับคู่สัญญา เช่นสัญญาจ้างแรงงาน,สัญญาตัวแทนจัดจำหน่าย (SP)
    3. เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อประกอบกิจการและขยายกิจการของบริษัท
    4. เพื่อบันทึกรายการตั้งเจ้าหนี้ลูกหนี้ของบริษัท การออกใบแจ้งหนี้ การออกใบกำกับภาษี การเบิกจ่าย เงินรวมถึงการทำ ธุรกรรมทางด้านการเงินของบริษัท
    5. เพื่อยืนยันหรือระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล กรณีการทำสัญญา
    6. เพื่อการติดต่อสื่อสารหรือประสานงานในการดำเนินงานของบริษัทกับคู่สัญญา
    7. เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท
    8. เพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของบริษัท
    9. เพื่อการจัดทำฐานข้อมูลผู้เข้าร่วมงาน หรือผู้เข้าร่วมกิจกรรมของบริษัท
    10. เพื่อการบริหารจัดการด้านสุขภาพอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัท
    11. เพื่อป้องกันโรคติดต่ออันตรายที่อาจแพร่เข้ามาภายในบริษัท โดยการคัดกรองบุคคลที่เข้าและออกในสถานที่
    12. เพื่อการตรวจสอบและการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท
    13. เพื่อการก่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของกฏหมาย
    14. เพื่อการตรวจสอบภายในของบริษัทให้เป็นไปตามมาตรฐานในการดำเนินงาน และให้เป็นไปตามข้อ กำหนดหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
    15. เพื่อการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และการเฝ้าระวังด้านความมั่นคงปลอดภัยในระบบของบริษัท
    16. เพื่อดำเนินการให้ได้มาซึ่งเอกสารและใบอนุญาตต่างๆเพื่อใช้ดำเนินกิจการของบริษัท
  2. คำจำกัดความ
    1. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่า นโยบายที่บริษัทจัดทำเพื่อแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลทราบถึงวิธีการการประมวลผลข้อมูลของบริษัท ซึ่งหมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ และ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการระเบียบของบริษัทให้เป็นไปตามที่พระราช บัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้
    2. ข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
    3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายความว่าข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบ ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
    4. การประมวลผล หมายความว่า การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    5. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    6. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    7. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ขอบเขตการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    1. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัท พนักงานบุคลากรของบริษัท รวมถึงลูกค้า ซึ่งร่วมงานในฐานะตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า (SP) ตลอดจนบุคคลภายนอกที่ติดต่อบริษัท
    2. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ครอบคลุมถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด เริ่ม ตั้งแต่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของเจ้าของข้อมูลทุกๆคนซึ่งประกอบไปด้วย พนักงานบุคลกรของบริษัท ลูกค้าซึ่งร่วมงานในฐานะตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า (SP) ตลอดจนถึงบุคคล ภายนอกที่ติดต่อบริษัทฯ
    3. บริษัทฯ จะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับบริษัท
  4. หลักการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทฯได้กำหนดหลักการและแนวปฏิบัติในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ กฎหมายกำหนดดังต่อไปนี้
    1. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นไปตามกฎหมาย และตรง ตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์จะต้องแจ้งและขอความยินยอมจากเจ้าของ ก่อนเสมอ ยกเว้นกรณีเป็นไปตามสัญญา ตามกฎหมายหรือเพราะด้วยประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท
    2. บริษัทมีหน้าที่ต้องแจ้งวัตถุประสงค์การส่งหรือโอนข้อมูลไปให้บุคคลที่สาม และแจ้งสิทธิแก่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลเสียก่อน หรือในเวลาที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
    3. บริษัทจะเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลและบริษัทฯได้แจ้งไว้
    4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บไว้เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ในการจัดเก็บ บริษัทจะจัดการ ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
    5. บริษัทมีมาตรการการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล มีระบบการจัดการเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการคุ้มครองป้องกันการสูญหาย รั่วไหล การถูกละเมิดจากบุคคลภายนอกผู้ไม่มีสิทธิ
  5. แนวปฏิบัติในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไว้ดังต่อไปนี้
    1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อน หรือขณะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการเก็บรวบรวม ดังต่อไปนี้
      1. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
      2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมมีอะไรบ้าง
      3. กรณีเจ้าของข้อมูลจำเป็นต้องให้ข้อมูลแก่บริษัท เพื่อปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อเข้า ทำสัญญา หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย โดยต้องแจ้งผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบ
      4. ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมไว้อาจจะถูกนำไปเปิดเผย
      5. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
    2. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
      การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และต้องได้รับความ ยินยอมจากเจ้าของข้อมูลที่ได้ให้ไว้ก่อนหรือในขณะนั้นดังนี้
      1. หน่วยงานภายในของบริษัท ผู้ให้บริการแก่บริษัท ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท มอบหมาย หรือจ้างให้ทำหน้าที่จัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท เช่น การให้บริการด้าน ความปลอดภัย
      2. ที่ปรึกษาของทางกฎหมาย, ผู้ตรวจสอบทางบัญชี เป็นต้น
      3. หน่วยงานของราชการ หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจตามกฎหมายรวมถึงเจ้าพนักงาน หรือหน่วย งานที่มีหน้าที่ หรือใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สำนักงานประกันสังคมกรมสรรพากร กรมการขนส่ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาลและกรมบังคับคดี เป็นต้น
      4. คู่สัญญาของบริษัทเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือตำแหน่งของท่าน
      5. ธนาคารหรือสถาบันการเงิน, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
      6. บริษัทประกันภัย, สถานพยาบาล
      7. บุคคลธรรมดาหรือหน่วยงานอื่นที่ท่านให้ความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    3.   บริษัทอาจมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ โดยหากเป็นกรณีที่บริษัทต้องขอความ ยินยอมจากท่าน เพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการขอ ความยินยอมจากท่านก่อน และบริษัทจะดำเนินการตรวจสอบว่าประเทศปลายทางผู้รับข้อมูลมีมาตรฐาน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนด
  6. การจัดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    เริ่มตั้งแต่การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลจึงถึงการ ลบ ทำลายข้อมูล รวมถึงบรรดาเอกสาร ต่างๆ อันเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละประเภทนั้นๆ ดังนี้
    1. การกำหนดตัวผู้รับผิดชอบ
      บริษัทได้กำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนแต่ละแผนก และในแต่ละฝ่ายภายในของบริษัทไว้ชัดเจนในการจัดการ
    2. การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
      บริษัทได้กำหนดกฎระเบียบวิธีการ ขั้นตอนและระดับชั้นของข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าถึง และกำหนดสิทธิของตัวบุคคลในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
    3. การจัดให้มีระบบอัตโนมัติในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
      บริษัทฯจัดให้มีระบบการเข้าสู่ข้อมูลของเจ้าของข้อมูลได้ง่าย โดยระบบมีการเข้ารหัสเพื่อป้องกัน รักษาความปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบ มีการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัยในการเข้าใช้ของแต่ละบุคคล มีการเปลี่ยนแปลงรหัสเข้าใช้ระบบเป็นระยะ พร้อมจัดทำบันทึกรายงานการเข้าใช้และวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ เพื่อเป็นหลักฐานและรายงานต่อบริษัท
    4. การกำหนดนโยบาย กฎระเบียบการควบคุมข้อมูล
      บริษัทได้กำหนดระเบียบควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล กำหนดมาตรการ เพื่อป้องกันความปลอดภัยเพื่อให้เหมาะสมในแต่ละส่วน กำหนดวิธีปฏิบัติให้ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล ไปจนสิ้นสุดการลบและทำลายทิ้ง มีมาตรการแก้ไขเมื่อมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในการดูแลของบริษัท พร้อมกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติรองรับการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล เพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการตรวจสอบระบบภายในบริษัท การอบรมพนักงานให้ความรู้ความเข้าใจในกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติ มีการประชุมฝ่ายบริหารจัดการเพื่อพิจารณาการดำเนินงานและสนับสนุน
  7. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม
    บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวม “ข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถ ระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมข้อมูลที่จะเก็บรวบรวม มีดังต่อไปนี้
    1. ข้อมูลส่วนบุคคลพื้นฐาน
      บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมจากพนักงานบริษัทฯ ตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า (SP) หรือตลอดจน จากบุคคลภายนอกที่ติดต่อกับบริษัทฯ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลสำหรับการติดต่อทั่วไป เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล์
    2. ข้อมูลขณะดำเนินการเข้าทำสัญญาและปฏิบัติตามสัญญา
      บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลของพนักงาน และตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า ในขณะเตรียม ดำเนินการเพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ ทั้งนี้จะต้องผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และกฎระเบียบของบริษัทฯ ก่อนโดยข้อมูลที่บริษัทจะเก็บรวบรวมมีดังนี้
      - ข้อมูลสำหรับการติดต่อเพื่อการปฏิบัติการตามสัญญา และบริการ
      - ข้อมูลเกี่ยวกับ สัญญาจ้างแรงงาน , สัญญาตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้า (SP), สัญญาอื่นๆ
      - ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการทำงาน เช่น ตำแหน่งงาน ระยะเวลาการทำงาน
      - ข้อมูลเกี่ยวกับค่าตอบแทนและรายได้ตามสัญญา
      - ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินศักยภาพการปฏิบัติตามสัญญา
      - ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลในครอบครัว เช่น บิดา มารดา บุตร คู่สมรส และบุคคลค้ำประกัน
      - ข้อมูลเกี่ยวกับวันและระยะเวลาปฏิบัติตามสัญญา
      - ข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา และประกาศนียบัตรต่างๆ
      - ข้อมูลเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่ เช่น ประเภทใบอนุญาต เลขที่ใบขับขี่ และวันหมดอายุ
      - ข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางในหน้าที่หรือที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ตามสัญญา
      - ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่จ่ายในหน้าที่หรือที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ตามสัญญา
      - ข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งอุบัติเหตุ และความปลอดภัยในหน้าที่หรือที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ตามสัญญา
      - ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าออกสถานที่งาน
      - ข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิด
      - ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ระบบการสื่อสารหรือระบบสารสนเทศของบริษัทฯ
      - ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติตามสัญญา หรือการให้บริการอื่นของบริษัท
    3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
      - ข้อมูลด้านสุขภาพ เช่น การตรวจสุขภาพก่อนทำสัญญา การรักษาพยาบาล ประวัติการรักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพประจำปี
      - ภาพสแกนใบหน้า
  8. ฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัททำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการดำเนินการทั้งหลายตามวัตถุประสงค์ที่ เกี่ยวข้อง โดยบริษัทอาศัยเหตุผลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาและการให้บริการที่มีต่อกัน เพื่อการปฏิบัติ หน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท รวมถึงจากความยินยอมที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ไว้แก่บริษัท ทั้งนี้บริษัทอาจอาศัยเหตุผลหนึ่งหรือหลายเหตุผลประกอบกัน
  9. ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวมอย่างไร
    บริษัททำการเก็บรวมรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านระบบการรับสมัครโดยตรง โดยการติดต่อด้วยตนเอง ผ่านทางโทรศัพท์ ทางอีเมล์ รวมทั้งในกรณีที่นำส่งข้อมูลผ่านผู้ให้บริการหรือด้วยตนเอง และบริษัทอาจจะ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากสถานที่ทำงานเดิม หรือหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้บริษัทจะเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย
  10. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมไว้ตลอดระยะเวลาที่สัญญายังมีผลผูกพัน และจะ เก็บรักษาไว้ภายหลังสิ้นสุดสัญญาไม่เกิน 10 ปี หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ ได้กำหนดไว้ และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาในการเก็บแล้วบริษัทจะลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นทิ้งตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของ บริษัท
  11. สิทธิของเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทได้จัดการให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่าย โดยเข้าสู่ระบบ โดยอัตโนมัติผ่านทางเว็บไซต์ www.yakultthailand.info และใช้สิทธิในการดำเนินการต่างๆดังกล่าวต่อไปนี้
    1. สิทธิในการได้รับการแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวม ระยะเวลาใน การเก็บรวบรวม ประเภทหรือหน่วยงานที่อาจถูกเปิดเผย ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ เป็นต้น
    2. สิทธิในการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของผู้ควบ คุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม
    3. สิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
    4. สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนได้
    5. สิทธิขอให้ดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคล ที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
    6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้
    7. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  12. กระบวนการร้องเรียนและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
    1. เจ้าของข้อมูลพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือ ระเบียบปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทที่กำหนดไว้ และมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิ สามารถยื่น คำร้องต่อบริษัทได้ที่ฝ่ายธุรการ ตามช่องทางติดต่อด้านล่าง
    2. หากพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยอย่างไม่เหมาะสม สามารถขอใช้ สิทธิของตนต่อบริษัทได้ที่ฝ่ายธุรการตามช่องทางติดต่อด้านล่าง
    3. เมื่อรับคำร้องบริษัทจะพิจารณาเพื่อที่จะส่งข้อมูลคำร้องไปยัง ผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งการ
    4. บริษัท จะดำเนินการ และใช้เวลาไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง
    5. กรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาของบริษัท ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานคุ้ม ครองข้อมูลต่อไปได้
  13. ช่องทางติดต่อ ท่านสามารถติดต่อกับบริษัทฯ หรือร้องเรียนต่อบริษัทได้ผ่านทางช่องทางดังต่อไปนี้
    บริษัท ยาคูลท์ เซลส์ (กรุงเทพฯ) จำกัด

    เลขที่ 1025 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
    TEL. 02-619-8008 FAX. 02-619-8009 E mail ysales@yakult.co.th
    ฝ่ายธุรการ